ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว (ที่ไม่ค่อยมีอะไร แต่เขียนต่อไม่ไหว)
แต่รับรองว่าคราวนี้ 'โหลดโหด' แน่นอน
หลังจากที่เรามาถึงที่นี้ สิ่งที่เราคาดไว้ก็คือนักท่องเที่ยวน่าจะมีจำนวนลดน้อยลง(เนื่องจากแผ่นดินไหว)
แต่ผิดคาด!
รอต่อแถวยาวเป็นขบวณ
---
1. อันนี้อ่านข้ามได้จ้ะ (มันยืดเยื้ออ)
 
 
กว่าที่เราจะผ่านด่านแรกที่ปั๊มประทับมาได้ ยืนต่อกันอยู่นานทีเดียว
พวกที่อยู่ข้างหน้าพอผ่านได้ ก็หายวับไปเหมือนกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือ
มันก็ยังต่อออกกันอยู่นั้นล่ะ!
ก่อนที่เครื่องจะลง เราจำเป็นต้องกรอกข้อมูลที่เขานำมาให้ระหว่างเครื่อง (นั้นก็รวมถึงว่าเราจะอยู่ที่ไหนในส่วนไหนของนิวซีแลนด์ด้วย! เพราะแน่นอน เขาจะเอาข้อมูลนี้ไปประกันไว้ เผื่อดีไม่ดี แผ่นดินไหวมาอีกรอบจะทำยังไง ประมาณนั้น)
แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือ กระเป๋าของคุณมีอาหารหรือเปล่าล่ะ?
หรือพวกสารอันตราย ของเหลว มีการตรวจเข้มมาก
มีประตูสองประตู ประตูแรกคือคนที่ไม่มีของ กับคนที่มี (ของนี้ก็คือ พวกสารอันตรายหรืออาหารเนี้ยล่ะ)
ทางครอบครัวของมิวมาอยู่ประมาณสองอาทิตย์ มีเครื่องปรุง เครื่องเทศติดมา เลยกรอกว่ามีไป
พอเอาเข้าจริง ก็เข็นเข้าช่องที่มี
 อ้าวเฮ้ย ไหงไม่มีคนต่อสักกะคนLaughing
พนักงาน: รบกวนตรวจกระเป๋าหน่อยครับ
มิว  : (-  -)(_  _)
พนักงาน: มีพวกอาหารหรือของเหลวไหมครับ
มิว: มีค่ะ ใบนี้ล่ะ
พอเปิดให้ดู ก็มีผงเครื่องปรุงต้มยำ ข้าวผัด กระปุกน้ำพริก ซองมาม่า ทาคุมิ น้ำพริกลงเรือก็มี!
พนักกงาน: where are you from?
พ่อ : we're from Thailand
พนักงาน : อ้อออ wowww very nice .  i love thai food so much!
พ่อ : ohh have you ever been Thailand before?
//
มิว:  เท่านั้นล่ะ เม้าท์แตกกันไปเลย =o=
พนักงาน : งั้นคุณผ่านไปเลย นี่คงเป็นไทยซีเคร็ตอินกรีเดียน ! !!
มิว :   !!!!! ((มันง่ายขนาดนั้นเลย นึกว่าจะโดนจับข้อหาเอาของเน่ามาปล่อย))
 
พอผ่านเท่านั้นแหล่ะ พวกที่ต่อแถวอีกแถวก็มอง Yell
เท่านั้นล่ะ ยังกับแมงเม่าบินเข้ากองไฟ  พวกที่ติ๊กว่าไม่มีของโดนตรวจกันละเอียดยิบ!
(ขนาดตรวจกันถึงกางเกงในทีเดียว=_= >> อันนี้ไม่ได้เห็นจริง แต่สาบานได้ ค้นกระเป๋าเล็กกันด้วย)
แล้วพ่อก็บอกว่า ถ่ายดีไหมเนี่ย จะได้เอาไปบอกคนอื่น
ถ่ายไปแล้วด้วย แต่อย่าลงเลย หน้าตาแต่ละคนยังกะพี่เกาหลีเหนือโกรธปุดๆ
ดีจริงๆที่เกิดเป็นคนไทย      ..ใช่ไหมเนี่ยยยFoot in mouth
 
 
พอออกมาได้
สวรรค์ !!!!
..แต่เฮ้ย
ไหงร้อนงี้วะะะะ
พอเข็นไปเรื่อยๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่เราจองรถเอาไว้
เขาจะพาเราไปหารถเช่าMoney mouth
(แต่รถตู้ที่เขาจะพาไปมันไม่เปิดแอร์น่ะสิ แต่นั้นก็ไม่ค่อยอะไร เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว)
นี้คือรถที่เราเช่าค่ะ
ไม่ต่างจากแคมรี่เมืองไทย=w=
ปล. สัมภาระเยอะใช่ไหมล่ะ  55555
 
ภายในรถ
แวะซื้อของระหว่างทางค่ะ
ที่เราอยู่ตอนนี้ก็คือ christchurchค่ะ
จุดหมายของเราคือขับวนทวนเข็ม
งั้นมุ่งหน้าสู้ Kaikouraเลย !!!
**mapที่นี้หาได้ทั่วไปเลยค่ะ mapที่แนะนำเลยก็คือของ AA
 (มิวเป็นnavigatorให้พ่อ ก็ใช้ไอ้เนี่ยมาตลอดการเดินทางเลย)
หยิบมาจากร้านเช่ารถเนี้ยล่ะค่ะ
แต่ขอบอก mapและโบวชัวร์แนะนำเที่ยวเพียบ!
 
 
 
 
 
ระหว่างทางมีแต่ต้นไม้กับเขาใช่ไหมล่ะ
ขับไปเรื่อยๆแล้วก็รู้และ
แดดร้อนไม่ต่างกับเมืองไทย!
แต่เดี๋ยวต่อไปจะเล่าว่าอากาศที่นี้เป็นอย่างไรค่ะ
 
เริ่มหิวแล้วล่ะ แวะข้างทางดีกว่า
 
สาวๆข้างในแต่งตัวชิลล์มาก
 
เมนู ร้าน
รอคิวนานมาก! รอมาตั้งแต่ประมาณห้าหกโมงจนถึงเจ็ดโมงเลย แต่มองข้างนอก เอ๊ะ แดดก็ยังสาดอยู่เลย
ระหว่างรอในร้าน พ่อก็ไปคุยกับคนแถวนั้น เขาบอกว่าที่นี้จะมืดประมาณสามทุ่ม (นักเดินทางเลยสบายกันถ้วนหน้า)
 
 
หน้าตาfish 'n chipsที่รอมาเป็นเวลานาน
(ต่อมา >>ที่นี้มีแต่ไอ้เนี่ยอย่างเดียวจริงๆล่ะ=_=)
 
 
 
 
ป้่ายชี้ทางที่มีตลอดเส้นทาง kaikoura
(ป้ายจะดูง่ายมากค่ะ --ส่วนใหญ่เพราะจะเป็นเส้นเดียวตลอดทาง เพราะข้างทางมีแต่ป่ากับเขา =  =)
ส่วนห้องน้ำนี้ตรงกันข้ามเลยค่ะ เข้าไปในร้านfish 'n chips เขาไม่ให้เข้าห้องน้ำนะ
ปั๊มบางที่ก็ยังไม่มีเลย คิดดูสิ
 
เมืองแต่ละเมืองก็จะเป็นเมืองที่เล็กมากค่ะ (เล็กจริงๆ) ถ้าไม่ใช่เมืองใหญ่ๆที่อยู่ในแผนที่ก็จะมีไม่กี่หลังเอง
(ประชากรที่นี้น้อยอยู่แล้ว)
เอาล่ะ พูดมาเยอะและ เดินทางกันต่อ
 
 
 
 
บางภาพจะถ่ายตอนขับรถ เลยออกมาไม่ชัดเท่าไรค่ะ (แถมต้องดูทางให้พ่อตลอดอีกต่างหาก)
 
 
จากนี้ไปส่วนใหญ่จะเล่าอย่างเดียวนะคะ แต่ไม่ควรข้ามอ่านเด็ดขาด
 
พอไปถึงเมือง kaikoura ก็ประมาณสามทุ่ม (ระยะทางสักประมาณร้อยสองร้อยกิโล)
แต่ละโรงแรม no vacancy ทั้งนั้น!
ไม่ว่างสักโรงแรมเลยค่ะ เพราะเรา(ครอบครัว) ไม่ได้จองโรงแรมไว้ล่วงหน้า (ไปตายเอาดาบหน้านั้นแหล่ะ)
เพราะคิดเอาไว้แล้ว คงไม่มีคนมาเที่ยว แต่มันไม่ใช่เลย
วันนั้นแย่จริงๆค่ะ. แย่แบบเหมือนฝันร้ายเลย
แนะนำสำหรับคนที่จะไปตอนนี้เลยคือ ต้องโทรไปจองโรงแรมก่อน ไม่งั้นล่ะ โดนแย่งไม่เหลือ
(แต่คิดดูนะ โทรตอนกลางวันก็no vacancyกี่ที่ล่ะ และยิ่งถ้าตอนกลางคืนล่ะ?)
วันนั้นเหนื่อยมาก แต่ยังดีที่พอพ่อขับไปเรื่อยๆไปเจอกับโรงแรมหนึ่งทางเจ้าของโมเทลก็บอกว่ามันยากมากที่จะ
หาที่พักสักคืน แล้วเขาก็บอกว่าวันนั้นเขาโดนเหมาห้องไป เพราะจัดงานแต่งงาน (คู่แต่งงานก็มาจากไคร์ชเชิร์สนี่ล่ะ) เหมาห้องหมด ขนาดเขาเองยังต้องนอนให้ห้องครัว แล้วเขาก็บอกว่า
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ไครช์เชิร์ส คนที่นั้นเขาก็หนีมานอกเมืองหมดแหล่ะค่ะ
โดยยิ่งเฉพาะ เมืองใกล้ๆไคร์ชเชิร์ชนี่ล่ะตัวดี! โรงแรมแต่ละโรงแรมจะเต็มหมด
วนกันทั้งเมืองอยู่สองสามชม.ค่ะ วันนั้นเป็นวันที่แย่มาก เพราะก็เริ่มทะเลาะกัน ทางก็มืดน่ากลัวมาก
สุดท้ายก็คือต้องจอดรถนอนข้างทางนี้ล่ะ !
 
ยังดีที่มีปั๊มหนึ่งมีห้องน้ำอยู่ ไม่งั้นคงแย่แน่
(ดูอนาถมาก แต่ถ้าอยู่ในเหตุการณ์จริงๆมันยากนะ)
 
พอเช้ามา ประมาณหกเจ็ดโมงเลยไปแวะเข้าที่ห้างใหญ่
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ซูเปอร์มาร์เก็ตดีๆนี่ล่ะ (ที่นี้ไม่มีห้างหรอกค่ะ)
ถ้าให้เทียบขนาด ก็คงเท่ากับหนึ่งสนามฟุตบอลเท่านั้น
แต่มีแค่ห้องน้ำเดียว ไอ้เราก็คิดนะ คนที่นี้เขาไม่เข้าห้องน้ำเหรอวะ ถ้าเกิดกินอะไรมีพิษสงจะไม่ตายเอาเรอะ
พนักงานตอนนั้นก็น้อยมาก เพราะยังเช้าอยู่ เขาก็มอง อีพวกนี้มันผลัดกันเข้าห้องน้ำ=[]=
 
เช้านั้นก็แย่พอๆกับเมื่อคืนน่ะแหล่ะ ข้ามไปดีกว่า.
 
ทั้งพ่อทั้งแม่และน้อง ก็ตกลงกันนี่ล่ะค่ะว่าเราจะไปต่อกันอีกเมืองเลยไหม? หรือจะหาที่พักที่นี้
แต่เหนียวตัวมาก ไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้ว(?) 555 พูดจริงๆ ยังไม่ได้แปรงฟันเท่ากันเลย 555
 
// คนอ่านชักอยากปิดหน้านี้แล้วแหงๆ
 
แต่อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ ยังจำเจ้าของโรงแรมที่ใจดีต้อนรับเราตอนสี่ทุ่มได้ไหม?
(ที่นอนในห้องครัวคนนั้นแหล่ะค่ะ ไม่ใช่คนไหน)
ตอนนั้นเขาก็แนะนำโรงแรม(โมเทล) ที่ดีๆ ราคาโอเคมาให้เราด้วย( เขามองเราจนขนาดนั้นเลยเหรอวะ=_=)
พอนึกขึ้นได้ก็ไปหาทันทีเลยค่ะ
แต่เดี๋ยวก่อน เรายังไม่ได้กินข้าวกันเลย! Undecided
 
เลยพักจอดที่ชายหาดที่นี้ล่ะค่ะ
 
(ผู้อ่าน : โอ๊ะ รูปมาซะทีรำคาญอีนี่พูดมานานละ)
 
ข้างหาดนกนางนวลเพียบเลยค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เหมือนฟ้าหลังฝนจริงๆค่ะ :)
 
สักพักก็มีแขกมาเยี่ยม..
ไม่ได้เดินมาอย่างไร้จุดหมายเลยนะ เพราะ..
 
แบ่งหนูหน่อย หนูหิว Undecided
ปล. ก็ซื้ออาหารเช้าพวกนี้จาดซูเปอร์มาร์เก็ตนี่ล่ะ 55
 
 
ไม่ให้เรอะ! โจมตี!!
 
แม่ตวัดกลับ
 
เชอะ ไม่เป็นไร อย่าเผลอละกันYell
 
แล้วเจ้าของหมาก็เดินมา
บอกว่าไอ้ตัวนี้ล่ะชื่ออัลเบิร์ต (ไฮโซเนอะ 55)
พอคุยๆกันเขาก็เล่าว่า เขาก็มาจากไคร์ชเชิร์สเนี่ยล่ะ แต่เช่ารถมาแบบรถตู้ (แบบ backpagerอ่ะจ้ะ
จะกินจะนอนก็รถเนี่ยล่ะ แต่เป็นคันเล็กๆ ที่นี่มีให้เช่าหลายไซส์)
เขาก็บอกเหมือนกัน คนจากไครช์เชิร์สมาพักที่นี้เยอะมาก หนีออกเมืองมาหมด
แล้วเขาก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนนะ เขาเคยทำงานที่สถานีโทรทัศน์ (แต่มันเมื่อก่อนแล้วล่ะ ตอนนี้ออกแล้ว)
เขาบอกว่ารู้จักคนประมาณ 42คน (ถ้าจำไม่ผิด) แต่พวกเขาตายไปหมดแล้ว เพราะแผ่นดินไหวคร่าเอาชีวิตหมด
ตอนนี้ก็ได้แต่ปิดโทรทัศน์ ไม่รับฟังข่าวใดๆ ตอนกลางคืนก็ไปเอาเหล้ามาดื่ม (อันหลังจำไม่ได้ว่าพูดหรือเปล่า แต่เห็นหน้าแดงๆ รู้ว่าแฮงค์จากเมื่อคืนแหงๆ)
 
 
ฟังเขาพูดแล้วก็เศร้าแทนจริงๆ..
 
 
 
 
 
 
หลับไปซะละ
 
ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ
 
 
 
 
 
แดดเริ่มมาแล้ว
 
จากภาพบนนี้ถ้าเดินตรงไปจะเป็นแหล่งรวมความรู้และล่องเรือออกไปดูปลาวาฬค่ะ
"whalewatch rider"
 
แต่ก่อนหน้านั้น เราไปหาที่อาบน้ำดีกว่า :)
เราก็ไปเจอที่หนึ่งค่ะ เป็นที่พักสำหรับbackpacker แบบ bed&breakfast คือมีห้องให้นอน มีห้องน้ำ ห้องครัวรวม(ต้องใช้ร่วมกัน)
แต่ตอนนั้นไม่เกี่ยงอะไรแล้วล่ะ ขออาบน้ำาาาาา
 
 
ข้างหน้า dusky lodge
 
พอไปข้างหลัง อู้วหูวว
ตอนนี้เหนื่อยมากแล้วค่ะ ขอจบแค่นี้ดีกว่า
คราวต่อไปโหลดโหดแน่นอนค่ะ สัญญา :)

Comment

Comment:

Tweet